[EWAW] 131072 : Welcome to my place / Day 1

posted on 21 May 2013 00:56 by mini-1973

 

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

คอมมูนิตี้นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง Axis Powers Hetalia เป็นคอมมูที่สมมติตัวละครโดยมีต้นแบบมาจากเมือง/รัฐในประเทศต่างๆ ซึ่งคอมมูนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคล องค์กร เมือง หรือประเทศใดทั้งสิ้น
 
*ทางจขบ.ไม่เคยไปลอนดอนมาก่อน ข้อมูลทั้งหมดมาจากการค้นคว้าค่ะ
หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

 

รหัสนักเรียน : 131072

ชื่อเมือง/ชื่อประเทศ : London / United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland

 ชื่อมนุษย์ : Rosalind Kirkland


 

________________________________________________________________________________

 

 

วันที่ 1 

 

 

สวัสดีค่ะ ดิฉันโรซาลินด์ เคิร์กแลนด์ค่ะ จิตวิญญาณของเมืองลอนดอนเมืองหลวงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เขื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักนะคะ/ยิ้ม

เนื่องจากได้รับการบ้านมาจากผอ.ว่าให้ไปแนะนำสถานที่ต่างๆในบ้านและพาชาวเกาะไปด้วย 1 คน เป็นเวลา 3 วัน 2 คืนซึ่งก็คือมิสเตอร์ A เพราะงั้นจึงไม่น่าแปลกที่ฉันจะอยู่บนเครื่องบินโดยคนข้างๆที่นั่งมาด้วยก็คือ มิสเตอร์ A ผู้ดูตื่นเต้นกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว อย่างที่ผอ.บอก เขาไม่เคยออกจากเกาะเลย จึงไม่น่าแปลกที่ดูตื่นเต้นแบบนี้ 

.

.

.

……แต่ไอ้อาการดี๊ด๊าตื่นเต้นจนเกินเหตุเวลามีแอร์สาวๆมาบริการนี้มันแอบน่าหมั่นไส้นะคะเนี่ย//กระแอม

 

เมื่อออกจากเกาะ W ใช้เวลานั่งบนเครื่องไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงประกาศจากกัปตันว่าเครื่องจะลงจอดในอีกไม่ช้า แน่นอนว่าที่แรกที่มิสเตอร์ A จะได้ไปคือ 'ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์' 

 

 

 

ถือเป็นท่าอากาศยานที่หนาแน่นที่สุดของสหราชอาณาจักรและทวีปยุโรปแถมเป็นอันดับต้นๆของโลกทีเดียวเชียวล่ะค่ะ /ยิ้มภาคภูมิใจ

เพราะงั้นจึงต้องมีอาคารผู้โดยสารถึง 5 อาคารเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เข้า-ออกในแต่ละวัน

 

 

รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เพื่อป้องกันผู้ก่อการร้ายอีกด้วยนะคะ

 

หลังจากที่ลงจากเครื่องเรียบร้อย ฉันก็สูดอากาศของบ้านเกิดเข้าเต็มปอด เพิ่งได้ไปโรงเรียนประมาณ 1 เดือนก็คิดถึงบ้านมากแล้ว อากาศช่วงนี้ไม่หนาวและไม่ร้อนเกินไปถือว่าเป็นโชคดีของมิสเตอร์ A มากเพราะช่วงนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิพอดี แต่ชุดของมิสเตอร์ A ดูจะกันหนาวไม่ได้มากนัก ฉันกลอกตาไปมา ไม่นึกว่าเขาจะเเต่งตัวด้วยชุดแบบนี้ขึ้นเครื่องมาจริงๆแต่ยังไงฉันก็วานให้คนรู้จักเตรียมชุดที่ดีให้เขาไว้ที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ระหว่างนี้ก็คงต้องพยายามทำไม่รู้ไม่ชี้กับสายตาที่มองไปก่อนล่ะนะ..

 

 

 

 

หลังจากผ่านด่านตม.ต่างๆมาได้แล้ว ก็ถึงเวลาเดินทางสู่ที่พัก ฉันรีบลากมิสเตอร์ A ที่ดูงงๆมึนๆกับฝูงชนมากมายรอบตัวไปสู่ Underground หรือรถไฟใต้ดิน

 

ฉันซื้อบัตรออยสเตอร์เพื่อความสะดวกในการเดินทางเมื่อได้บัตรฉันกับมิสเตอร์เลยเดินลงมาที่ชานชาลาเพื่อรอรถไฟใต้ดินระหว่างที่รอ ฉันเลยคุยเรื่องต่างๆกับเขาเพื่อฆ่าเวลา บอกตารางท่องเที่ยวที่ฉันจัดไว้ให้ เขาทำท่างงๆเมื่อฉันบอกชื่อสถานที่ต่างๆที่จะพาเขาไปในวันนี้ ท่าทางว่าการบ้านนี้คงจะยากกว่าที่ฉันคิด...........

 

 

เรานั่งรถไฟใต้ดินมาประมาณ 40-50 นาที ในที่สุดก็ถึงสถานีวิกตอเรียใกล้กับที่พัก

 

 

แต่ฉันกลัวว่าเขาจะหิวจนเป็นลมเสียก่อน ฉันเลยให้เงินเขาไปเลือกซื้อแซนด์วิชเป็นอาหารเช้าเบาๆก่อน

 

ค่อยยังชั่วที่เขาทานมันได้แถมดูท่าทางเอร็ดอร่อย ฉันนึกว่าเขาจะไม่ยอมทานอะไรจนตายเสียอีก....

 

เอาล่ะ หลังเติมพลังและออกมาจากทูป(เป็นชื่อเรียกสั้นๆของรถไฟใต้ดินที่ชาวลอนดอนเรียก)เราก็เดินกันจนมาถึงโรงแรมที่ฉันจองเอาไว้

'41 Hotel'

เป็นโรงแรมหรูหรากลางเมืองที่อยู่ใกล้กับพระราชวังบักกิงแฮม บริการยอดเยี่ยม มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายที่สำคัญคืออินเตอร์เนตความเร็วสูงให้ใช้ฟรี 

 

แม้ราคาจะสูงแต่โดยรวมก็เป็นที่น่าพอใจมาก มิสเตอร์ A ดูท่าทางตื่นเต้นกับความเรียบง่ายแต่หรูหราของโรงแรมจนฉันต้องสะกิดให้เขาสำรวมมารยาท

 

 

 

ฉันพามิสเตอร์ไปที่ห้องพักเพื่อเปลี่ยนชุด

 

หลังจากที่เขาเปลี่ยนชุดแล้ว เขาก็ดูดีขึ้นมาก.....

ส่วนหนึ่งเพราะชุดที่เขาใส่เป็นชุดของ พอล สมิธ แบรนด์ดังของอังกฤษด้วยล่ะนะ! ตอนนี้เขาสามารถเดินเล่นไปทั่วลอนดอนโดยไม่มีคนมองแล้วเอาไปซุบซิบนินทาว่าหลงมาจากที่ไหนแล้วและตอนนี้คงได้เวลาที่ฉันต้องพาเขาไปสถานที่ท่องเที่ยวแรกของวันนี้ได้สักที ก่อนออกเดินทางฉันไม่ลืมที่จะหยิบร่มของฉันและของมิสเตอร์ A ไปด้วย 

 

'ทำไมคุณถึงพกร่มไปในวันที่อากาศดีแบบนี้ล่ะครับ?'

 เขาหันมาถามฉัน ทำให้ฉันหลุดหัวเราะเบาๆเป็นคำถามที่เจอบ่อยจากนักท่องเที่ยวเสมอ

'บางครั้งอากาศในลอนดอนก็เอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกค่ะ'

 

 

 

 

 

การเดินทางไปสถานที่แรกก็คือเดินออกจากสถานีวิกตอเรียผ่านคาร์ดินัลเเพลซ(Cardinal Place)ซึ่งเป็นชอปปิ้งเซ็นเตอร์

 

 แล้วข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็จะถึงโบสถ์เวสมินสเตอร์(Wesminster Cathedral) 

 

 

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่แปลกตา 

 

 

แถมภายในยังโดดเด่นด้วยหินอ่อนและภาพลายโมเสก จึงเป็นโบสถ์ที่ไม่น่าพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

'โบสถ์นี้เป็นวิหารหลักของนิกายโรมันคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในลอนดอนและเวลส์ อีกทั้งยังเป็นที่รับรองอาร์กบิชอปแห่งเวสต์มินสเตอร์องค์ปัจจุบันด้วยค่ะ ซึ่งตัวโบสถ์ออกแบบโดย'จอห์น ฟรานซิส เบนต์ลีย์(John Francis Bentley)'ในสไตล์ไบเเซนไทน์ของอิตาลีค่ะ' ฉันพูดไปพลางๆระหว่างที่มิสเตอร์ A ถ่ายรูปโบสถ์ 

 

 

แล้วที่ต่อไปที่เราเดินไปก็คือมหาวิหารอันมีชื่อเสียงที่สุดของอังกฤษ "เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ (Westminster Abbey)" 

 

 

เป็นมหาวิหารที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 รูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์แซกซอนส์ถูกบูรณะหลายครั้งเพราะสงครามจึงทำให้กลายมาเป็นมหาวิหารสไตล์โกธิกอย่างที่เห็น

มักใช้จัดพิธีกรรมใหญ่ๆ หลักจากอธิบายคร่าวๆและเก็บภาพเรียบร้อย ฉันก็พามิสเตอร์ไปชมภายในโบสถ์ด้วย แต่เสียค่าเข้าราคาเข้าคนละ 15 ปอนด์ ภายในนั้นห้ามใช้แฟลชถ่ายรูปเพราะอาจจะทำลายสีสันของวัสดุหรือภาพวาดสำคัญๆได้ ฉันจึงปล่อยให้มิสเตอร์ A เดินชมในโบสถ์อย่างเดียว ขณะที่ตัวเองเดินตามคอยเล่าประวัติย่อและอธิบายไปด้วย

 

แหม ไหนๆก็มาแล้วก็อยากให้ได้ความรู้กลับไปด้วยนี้น่า..........

 

 

 

หลังจากออกมาจากโบสถ์เรียบร้อยเราก็เดินผ่านอาคารรัฐสถา(Houses of Paliament)ซึ่งเคียงคู่กับหอนาฬิกาบิ๊กเบน(BigBen)

 

 

อาคารรัฐสภาเเห่งนี้เดิมทีคือพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 สร้างขึ้นมานั้นเอง เเต่เนื่องจากปี 1512 เกิดไฟไหม้จึงต้องมีการบูรณะใหม่ และเปลี่ยนฐานะมาเป็นอาคารสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons) และสภาขุนนางหรือสมาชิกวุฒิสภา (House of Lords) แทน ทว่าในปีค.ศ. 1837 ก็เกิดไฟไหม้ใหญ่อีกครั้ง........บ่อยเนอะ..........

ส่งผลให้อาคารต่างๆเสียหายเกือบทั้งหมด จึงต้องสร้างอาคารหลังใหม่ ซึ่งใช้สถาปัตยกรรมโครงสร้างแบบคลาสสิค แต่แกะสลักแบบโกธิก

 

 

และแน่นอนว่าอสถานที่ถัดไปที่มิสเตอร์ A จะได้ชมก็คือ 'หอนาฬิกาบิ๊กเบน' ค่ะ 

 

'หอนาฬิกาบิ๊กเบนครั้งนึงเคยเป็นหอนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเชียวนะคะ' (ซึ่งตอนนี้จะซาอุดิอาระเบียได้เปิดตัวหอนาฬิกาที่ใหญ่กว่าแล้ว ณ นครเมกกะ /กัดเล็บ)

ฉันพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทางตกใจกับความใหญ่ของหอนาฬิกาของมิสเตอร์ A

 

หลังจากที่เดินมาเยอะแล้ว ฉันเลยปล่อยให้มิสเตอร์ A เดินเล่นดูนู้นดูนี้ด้วยตัวเองสักพัก อย่างที่เคยพูดไป ช่วงนี้อากาศดีเป็นพิเศษ ไม่ถึงกับร้อนและหนาวเกินไป แดดอ่อนๆกับลมเย็นๆพัดมาโดนตัว มองผู้คนที่เดินชมความงามของหอนาฬิกา พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ และแม่น้ำเทมส์ ฉันยิ้มให้ตัวเองน้อยๆ ไม่มีที่ไหนที่จะอยู่ได้อย่างมีความสุขไปกว่าบ้านของตัวเองอีกแล้ว

 

หลังจากนั่งเพลินๆไปจนหายเหนื่อย ฉันก็พามิสเตอร์ A ไปที่สัญลักษณ์แห่งสหัสวรรษใหม่หรือก็คือ 'ลอนดอนอาย(London Eye)'  

 

 

จากหอนาฬิกาบิ๊กเบนแค่เดินข้ามสะพานเวสต์มินสเตอร์

 

เลี้ยวซ้ายลงไปถนนเลียบแม่น้ำ เดินลัดเลาะมาอีกสักพักก็ถึงแล้ว 

 

ลอนดอนมีแคปซูลที่บรรจุคนถึง 32 เเคปซูล แถมเเต่ละแคปซูลสามารถบรรจุคนได้กว่า 25 คนเลยทีเดียว เวลาขึ้นไปจะได้เห็นลอนดอนมุมสูงแบบ 360 องศาเลยล่ะค่ะ เรียกว่าถ้าพลาดเหมือนมาไม่ถึงลอนดอนเลยเชียวนะคะ 

 

 

 

หลังจากที่ชมลอนดอนจากมุมสูงเรียบร้อย นี้ก็เลยเที่ยงแล้ว แถมฉันเองก็เริ่มหิวแล้ว ฉันหันไปถามเขาว่าจะไปทานข้าวเที่ยงที่ผับเลยไหม เขาหันมาทำหน้างงๆใส่ฉัน ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ

ที่อังกฤษน่ะผับถือเป็นสถานที่นัดพบแห่งหนึ่ง เเค่ห้ามเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 14 เข้าเท่านั้นเอง จะเลือกเข้าไปผับไหนก็ได้ เพราะยังไงรสชาติมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่


ซึ่งอาหารเที่ยงของวันนี้ก็คือ เชพเพิร์ดพาย (Shepherd's Pie) พร้อมกับเบียร์เย็นๆ 

เชพเพิร์ดพายคือพายที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูบดและหอมหัวใหญ่ราดด้วยน้ำเกรวี่เข้มข้น มีมันบดปรุงปาดหน้าอยู่ชั้นบดสุด

/แอบเหล่มิสเตอร์ A ที่มองหน้าตาแล้วผงะเบาๆ .....อร่อยนะคะ //อุบเบาๆ

หลังจากชิมคำแรก มิสเตอร์ A ก็ดูทำหน้าโล่งใจ 

 

...…..อะไรคะ ฉันไม่ใส่ยาพิษสักหน่อย.......... แต่สรุปสุดท้ายเขาก็ทานมันจนหมดน่ะนะ ฉันก็ดื่มเบียร์ไปหลายแก้วเหมือนกัน คิดถึงเบียร์จัง ตั้งแต่ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ดื่มเลย วันนี้ก็ขอดื่มให้หายอยากเถอะ

 

 

เอาล่ะ....หลังจากดื่มพอเมาๆไปพอประมาณ ที่หมายต่อไปก็คือ 'จัตุรัสทวาฟัลการ์' 

 

 

จัตุรัสนี้เป็นจัตุรัสใหญ่ของลอนดอนเป็นจุดเริ่มนับระยะทางไปทุกๆที่ในอังกฤษ ซึ่งก็คือหลักกิโลเมตรที่ศูนย์นั้นเอง 

 

'จัตุรัสทราฟัลการ์'ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง'จอร์น เเนช(John Nash)'เพื่อปรับภูมิทัศน์ของลอนดอนให้สวยงาม และตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ 'ลอร์ด เนลสัน(Lord Nelson)'ที่นำทัพเรือรบจนมีชัยเหนือกองทัพฝรั่งเศสของนโปเลียน

 

'แล้วรูปหล่อ กับสิงโตนั้นล่ะครับ?' มิสเตอร์ A หันมาถามฉัน

 

'หมายถึงด้านบนสุดของแท่งปูนสินะคะ เป็นรูปหล่อของท่านลอร์ด เนลสันน่ะค่ะ  ส่วนสิงโตสำริดนั้นมีทั้งหมด 4 ตัวค่ะ ตั้งอยู่ที่ฐานทั้ง 4 ทิศรอบอนุสาวรีย์ นัยว่าใช้ปกป้องอนุสาวรีย์นั้นแหละค่ะ'

 

 

หลังจากเดินดูจนพอใจ ฉันก็พามิสเตอร์ A ไปยังสถานที่สุดท้ายของวันนี้ พาเขาเดินไปถนนเดอะมอลล์ (The Mall) เพื่อไปยังที่ประทับของพระราชินีเอลิซาเบทที่ 2 ราชินีคนปัจจุบันของสหราชอาณาจักร คงพอเดากันได้แล้วสินะคะ ว่าสถานที่สุดท้ายที่เราจะไปคือที่ไหน

 

 

พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) นั้นเองค่ะ

 

 ออกแรงเดินในถนนเดอะมอลล์สักพัก เราก็มาเจอกับอนุสาวรีย์สีขาวที่สร้างเพื่อเป็นเกียรติแก่พระนางเจ้าวิกตอเรีย ในฐานะที่เป็นกษัตริย์พระองค์แรกที่เข้ามาพำนักยังราชวังแห่งนี้ 

 

ส่วนด้านหลังของอนุสาวรีย์ก็คือ พระราชวังบักกิงแฮม (Buckingham Palace) สวยงามมากใช่ไหมล่ะคะ 

 

ไหนๆก็มาถึงที่นี้แล้วขอเล่าประวัติอย่างย่อให้ฟังนะคะ พระราชวังบักกิงแฮมถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่เดิมเป็นเพียงคฤหาสน์ของดุ๊กเเห่งบักกิงแฮม แต่จากนั้นพระเจ้าจอร์จที่ 3 ได้ซื้อคฤหาสน์แห่งที่เพื่อเป็นตำหนักส่วนพระองค์ ต่อมาพระเข้าจอร์จที่ 4 เห็นว่าตำหนักยังเล็กเกินไป

จึงให้สถาปนิกจอร์น แนชมาต่อเติมความอลังการ ทว่าหลังสร้างเสร็จก็ไม่มีใครมาประทับในที่แห่งเลย จนในที่สุดเจ้าหญิงวิกตอเรียได้มาประทับที่พระราชวังแห่งนี้อย่างเป็นทางการนับแต่บัดนั้น ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นที่ประทับของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบทที่ 2 และพระสวามี พร้อมเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ โดยภายในวังมีห้องมากถึง 775 ห้อง แต่เป็นห้องสำหรับอยู่อาศัยเพียง 52 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่เหลือถูกใช้เป็นพระราชสำนักหรือสถานที่เลี้ยงรับรองค่ะ

 

 

น่าเสียดายที่นี้บ่ายแล้ว เรามาไม่ทันขบวนพิธีเปลี่ยนทหารเวรยามประจำป้องแฮะ....ปกติจะมีในช่วงเวลา 11.15 น. ของทุกวัน ถึงจะเป็นพิธีเล็กๆไม่ใหญ่โตแต่อาจจะโชคดีได้เห็นขบวนเสร็จของพระราชินี ขณะที่เข้าหรือออกจากพระราชวังเชียวนะคะ  

 

ดูเหมือนมิสเตอร์ A จะโชคไม่ค่อยดีล่ะ พอบ่อยมิสเตอร์ A ถ่ายรูปสักพัก ฝนก็เริ่มตกลงมา ฉันยื่นร่มที่เตรียมมาด้วยให้มิสเตอร์ A เห็นไหมล่ะ........ ท่าทางในที่สุดเขาก็เชื่อที่ฉันบอกว่าอากาศในลอนดอนเอาแน่เอานอนไม่ได้......

 

 

ตอนแรกฉันกะจะพามิสเตอร์ A กลับโรงแรมไปพักผ่อนเลย แต่อุตส่าห์มาถึงที่นี้ เลยนึกถึงร้านน้ำชาร้านดังแถวนี้ได้ ฉันไม่รอช้ารีบพามิสเตอร์ A ไปร้านนั้นทันที 

 

ซึ่งก็คือร้าน Fortnum & Mason 

 

เป็นร้านขายชาที่เปิดมานานกว่าสามร้อยปี แถมยังมีร้านชาให้บริการ ถือโอกาศนี้ให้ประสบการ์ณในสไตล์ผู้ดีอังกฤษแก่เเขกบ้างก็ไม่เลว 

 

เมื่อเข้าไปในร้านบรรยากาศในร้านคล้ายๆ กับห้างสรรพสินค้า มีขายแต่ชา, บิสกิต, ช๊อกโกแล๊ต และห้องอาหาร ฉันรีบพามิสเตอร์ไปที่ห้องอาหาร พนักงานจะเดิมเข้ามาหาฉันบอกเขาไปว่ามาจิบน้ำชายามบ่าย เมื่อถึงโต๊ะ ฉันตัดสินใจสั่งชุดครีมที (cream tea) หรือคือการจิบชาควบคู่ไปกับสโคนนั้นเอง 

 

ตอนแรกมิสเตอร์ A ดูท่าทางแขยงสโคนสุดชีวิต เขาทำท่าจะไม่ทานมันให้ได้ เขาพูดด้วยสีหน้าจริงจังเท่าที่หน้าตาประหลาดของเขาจะทำได้ว่าเขายังมีเมืองอีกหลายเมืองที่ต้องไป ยังไม่อยากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้

.

.

.

.

สุดท้ายฉันก็ให้เขาเลือกระหว่างจะให้ฉันเอาสโคนยัดปากหรือจะทานดีๆ แน่นอนว่าเขาเลือกข้อหลัง ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็ไม่อยากทำมารยาทแย่ๆในร้านแบบนี้ด้วย ฉันมองมิสเตอร์ที่หยิบสโคนขึ้นมามองมันอย่างพิจารณาพอเห็นสายตาฉัน เขาก็รีบกัดสโคนเข้าไปอย่างรวดเร็ว พอกลืนสโคนลงไปเขาก็ทำหน้าอย่างกับตัวเองรอดมาจากการโดนฆ่าอย่างหวุดหวิด 

 

โอเว่อร์จนน่าหมั่นไส้......และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ยอมเเตะสโคนเลย อร่อยมากแท้ๆ......./ถอนใจ

 

 

แต่เวลายามบ่ายๆที่ได้จิบชาทานสโคนในร้านหรูกลางเมืองท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสงบรอบตัวนี้มันทำให้มีความสุขจริงๆเลยนะ.......

 

 

 

 

หลังจากจิบชาแล้วเราก็เดินทางกลับโรงเเรมเพื่อพักผ่อนในที่พักของแต่ละคน ก่อนจะลงไปทานบุฟเฟ่ห์ที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้

 

 

ฉันบอกแพลนในการเที่ยวพรุ่งนี้ให้เขาระหว่างที่ทานอาหาร แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจแต่สเต็กเนี้อตรงหน้ามากกว่าฉัน........บ้าจริง.... 

หลังจากอาหารเย็นฉันก็รีบบอกให้เขาเข้านอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เขารับปากแล้วเข้าห้องพักของเขาไป แต่ฉันยังต้องเตรียมการของวันพรุ่งนี้อยู่ นี้เพิ่งวันแรกแท้ๆ แต่เหนื่อยจังเลยนะ

 

----------------------------------

11:54 PM

 

พอเตรียมการเสร็จเรียบร้อย นี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ก่อนที่จะเข้านอนฉันกดเข้าแอปทวิตเตอร์เพื่อเช็คสถานการ์ณต่างๆดู แต่ดันเจอคนที่สมควรต้องนอนไปนานแล้วมานั่งทวิตบ่นเรื่องอาหารอยู่

.

.

.

.

.

.

.

.

ไอ้…….

 

  

ฉันเริ่มอยากเปลี่ยนแพลนทัวร์พรุ่งนี้ให้กลายเป็นทัวร์ทานสโคนรอบลอนดอนสำหรับมิสเตอร์ A โดยเฉพาะแล้วล่ะ....

 

_______________________________________________________________________________


อ้างอิง

หนังสือ 'เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุย ลอนดอนและเมืองโดยรอบ'

หนังสือ 'คู่มือนักเดินทางอังกฤษ'

http://www.41hotel.com

http://keithprowse.ie/top-10-london-culture-sightseeing

http://www.accuweather.com/th/gb/london/ec2v-7/may-weather/328328

http://www.studysquares.com/england/จัตุรัสทราฟัลการ์-trafalgar-squar/

http://blog.socialmediaandemarketing.com/2012/07/scone-fortnum-mason-piccadilly-london.html

เครดิตรูป คลิกที่รูปเลยค่ะ ถ้าไม่ขึ้นบอกได้นะคะ /ซับ

edit @ 21 May 2013 22:09:38 by bamee

Comment

Comment:

Tweet

#6 By (94.74.150.19|148.251.91.38, 94.74.150.19) on 2015-04-08 21:58

#5 By (46.52.251.18|46.52.251.18) on 2015-04-07 20:51

This event occurred rigt after the time Mario return to the Mushroom Kingdom so it had to take place after adkbfkcedkfadcfe

#4 By (84.42.3.3|148.251.91.38, 84.42.3.3) on 2014-06-19 06:04

ภาพงามค่ะประธาน!
อยากไปร้านน้ำชากับมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ (อิจฉานายเอจริงๆ) และรอชมวันต่อไปนะคะ

#3 By Frauleinfaust on 2013-05-26 18:50

รายละเอียดเยอะมาก เล่นบอกตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินเลยนะเนี่ย!
โรงแรมสวยมากๆ! ท่าจะแพงอ่ะ...
อยากนั่งลอนดอนอายบ้างงงง! กรี๊ดดด! อิจฉานายเอมาก!! XD
เชพเพิร์ดพายหน้าตาน่าอร่อยมากอ่ะ!
ร..ร้านน้ำชานั่นสุดยอดเลย...อา...อยากไปซักครั้งจัง...

#2 By NanNy-B on 2013-05-23 19:01

สวยมากกกกกกก อร้ากกกกกกกกกกกกกกก ฉวยยยยยยยยยย  
เทคมีทูหลั่นดั๊นนาวววว อ๊าาาา    
รอชมวันต่อจากนี้นะค้า

#1 By Aki_Zen on 2013-05-21 22:31

Recommend